ส่วนเกินทุน กำไรสะสม เงินปันผล

ส่วนเกินทุน

                ส่วนเกินทุน หมายถึง  ส่วนที่เกินกว่าทุนจดทะเบียนที่ได้รับชำระแล้วโดยนำไปแสดงภายใต้ส่วนของผู้ถือหุ้น  ซึ่งไม่อาจนำไปใช้เป็นเงินปันผลได้  ทั้งนี้ไม่รวมถึงกำไรสะสม  ส่วนเกินทุนเป็นรายการที่มีผลทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น  แต่ไม่ถือเป็นเงินทุนตามกฎหมาย

กำไรสะสม

                กำไรสะสม  หมายถึง   กำไรสุทธิ ที่เกิดจากการดำเนินงาน โอนปิดเข้าบัญชีกำไรสะสม  ซึ่งถ้าปีใดมีกำไรสุทธิจะเป็นผลให้กำไรสะสมเพิ่มขึ้น แต่ถ้าปีใดมีผลขาดทุนจะเป็นผลทำให้กำไรสะสมลดลง

ถ้าเป็นบริษัทจำกัด  หมายถึง  กำไรที่เหลือจากการแบ่งสันปันส่วนกันแล้วและตกลงกันว่าให้นำส่วนที่เหลือนั้นเก็บไว้ในบัญชีบริษัท เพื่อนำไปทำอะไรก็แล้วแต่จะตกลงกันต่อไป

สำรอง

                สำรอง ในทางการบัญชีใช้ในความหมายที่แตกต่างกัน 3 อย่างคือ

1. บัญชีปรับมูลค่า หมายถึง  บัญชีที่ต้องนำไปปรับยอดกับบัญชีอื่น ( หนึ่งบัญชีหรือมากกว่า )

เพื่อให้ได้มูลค่าสุทธิ เช่น บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม  บัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เป็นต้น  ในปัจจุบันนิยมใช้คำว่า “Allowance” แทนคำว่า “Reserve”

2. สำรองเผื่อหนี้สินที่มีจำนวนเงินไม่แน่นอน  ปัจจุบันเรียกสำรองชนิดนี้ว่า “หนี้สินโดยประมาณ”  เช่น หนี้ค่าภาษีโดยประมาณ  หนี้ค่าสมนาคุณลูกค้าโดยประมาณ

3. สำรองซึ่งจัดสรรจากกำไรสะสม อาจเป็นการจัดสรรตามกฎหมาย  ตามข้อผูกพัน  หรือตามนโยบายของคณะกรรมการบริหารงานของบริษัท  การจัดสรรกำไร-สะสมของบริษัทจะไม่ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลง  เพราะเป็นแต่เพียงโอนยอดเงินจากบัญชีกำไรสะสมไปยังบัญชีกำไรสะสมจัดสรร

 

  การจัดสรรกำไรสะสม

 

  การจัดสรรกำไรสะสม  หมายถึง  การที่บริษัทกันกำไรสะสมที่ปรากฏในบัญชีตั้งเป็นสำรอง  เพื่อวัตถุประสงค์หนึ่งของบริษัทจนกว่าจะมีการยกเลิกการจัดสรรกำไรสะสมนั้น  หรือบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดสรรแล้ว  ก็จะโอนยอดสำรองกลับไปยังบัญชีกำไรสะสมตามเดิม

                การจัดสรรกำไรสะสมของบริษัท  จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น  อนุมัติการจัดสรรกำไรสะสมตามเสนอในการนี้ที่ประชุมอาจอนุมัติหรือไม่ก็ได้

                กำไรสะสมจัดสรรอาจจำแนกได้ 3 ประเภท คือ

                1. การจัดสรรตามกฎหมาย 

1.1 จัดสรรไว้สำหรับหุ้นทุนซื้อคืนมา   เป็นการกันเงินกำไรไว้ในบริษัทเพื่อมิให้นำไปจ่ายเป็นเงินปันผลจนกว่าจะมีการจำหน่ายหุ้นทุนนั้นกลับออกไป ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันให้กับเจ้าหนี้ โดยบริษัทต้องจัดสรรกำไรสะสมไว้ในจำนวน เท่ากับราคาทุนที่ซื้อมา   ไม่ว่าจะใช้วิธีบันทึกหุ้นทุนที่ซื้อคืนมาตามราคาทุนหรือตามราคามูลค่าหุ้น  โดยอาจจัดสรรกำไรสะสมได้ 2 วิธี

            วิธีที่1 : ไม่บันทึกบัญชีกำไรสะสมจัดสรรเพียงแต่เปิดเผยข้อมูลไว้ใน  หมายเหตุประกอบงบการเงิน   โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นทุนที่ซื้อคืนมาและจำนวนกำไรสะสมที่บริษัทต้องจัดสรรไว้สำหรับหุ้นทุนที่ซื้อคืนมาทั้งสิ้น
            วิธีที่2 : บันทึกบัญชีกำไรสะสมจัดสรรดังนี้
            – เมื่อซื้อทุนคืนมาให้ลดยอดบัญชีกำไรสะสม โอนไปเข้าบัญชีกำไรสะสมจัดสรรตามราคาทุนที่จ่ายซื้อหุ้นทุนคืนมาทั้งสิ้น เช่นหุ้นสามัญมูลค่าหุ้นละ 100 บาท บริษัทซื้อคืนมาในราคาหุ้นละ 110 บาท จำนวน 1,000 หุ้น  จะบันทึกรายการจัดสรรกำไรสะสม โดย

เดบิต กำไรสะสม (1,000×110)               110,000

เครดิต กำไรสะสม-จัดสรรสำหรับหุ้นสามัญได้รับคืนมา   110,000

1.2 จัดสรรไว้เป็นทุนสำรองตามกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1202  บัญญัติว่า “ทุกคราวที่จ่ายเงินปันผลบริษัทต้องจัดสรรเงินไว้เป็นทุนสำรองอย่างน้อยหนึ่งในยี่สิบส่วนของจำนวนผลกำไรซึ่งบริษัททำมาหาได้จากกิจการของบริษัท  จนกว่าทุนสำรองนั้นจะมีถึงหนึ่งในสิบของจำนวนทุนของบริษัทหรือมากกว่านั้น  แล้วแต่จะได้ตกลงกำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท

                2. การจัดสรรตามข้อผูกพัน  ซึ่งเป็นการตั้งตามมติของคณะกรรมการบริษัทให้จัดสรรกำไรสะสมเพื่อเป็นหลักประกันแก่เจ้าหนี้หรือผู้ถือหุ้นกู้ โดยบริษัทจะต้องจัดสรรกำไรสะสมทุกวันสิ้นปีตลอดอายุของหุ้นกู้ หรือตลอดสัญญาของการเป็นหนี้ และในขณะเดียวกันบริษัทจะต้องมีการกันเงินสดไว้เท่ากับกำไรสะสมที่เท่ากัน  เพื่อที่จะให้มีเงินสดเพียงพอที่จะไปชำระหุ้นกู้เมื่อวันครบกำหนดหลังจากดำเนินการเสร็จสิ้นการชำระหนี้แล้ว บัญชีสำรองตามข้อผูกพันมียอดคงเหลือ   ให้โอนปิดบัญชีสำรองตามข้อผูกพันกลับไปยังบัญชีกำไรสะสมที่ไม่ได้จัดสรรตามเดิม

3. การจัดสรรตามนโยบายของคณะกรรมการบริหารงานของบริษัท  ซึ่งเป็นการจัดสรรกำไรสะสมตามนโยบายของคณะกรรมการบริษัท โดยให้กันกำไรสะสมไว้ส่วนหนึ่งเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะรักษาไว้ซึ่งเงินทุนหมุนเวียนให้มีสภาพคล่องในอัตราที่สูง ในการดำเนินงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น บริษัทให้กันกำไรสะสมไว้สำหรับค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต สำรองเพื่อการขยายงาน สำรองเพื่อประกันภัยตนเอง เป็นต้น

 

เงินปันผล

เงินปันผล ( Dividend ) หมายถึง  เงินตอบแทนจากการลงทุนที่บริษัทจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นทุน ซึ่งจะจ่ายเป็นเงินสด สินทรัพย์ หรือเป็นหุ้นทุนของบริษัทแล้วแต่กรณี   ตามสภาพการณ์ที่บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้ต้องเป็นดังนี้ คือ

1.  บัญชีกำไรสะสมต้องมียอดคงเหลือด้านเครดิตมากพอที่จะจ่ายเป็นเงินปันผลตามมติของคณะกรรมการบริหาร

2.  ต้องมีเงินสดอยู่ในมือมากพอที่จะจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด ในกรณีจ่ายเป็นเงินสด

3.  มีมติจากที่ประชุมใหญ่ ให้จ่ายเงินปันผล

4.  ทุกครั้งที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผลต้องตั้งสำรองตามกฎหมายไว้ 5% ของกำไรสุทธิประจำปีที่ประกาศจ่าย  จนกว่าเงินทุนสำรองจะมีจำนวนถึง 10% ของจำนวนทุนของบริษัท หรือมากกว่านั้น

5. เงินปันผลที่ยังไม่ได้รับหรือติดค้างอยู่ตามมาตรา 1205 ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเอากับบริษัท

6.  การจ่ายเงินปันผลจะจ่ายเฉพาะผู้ถือหุ้นที่ชำระค่าหุ้นครบแล้วเท่านั้น

7. จ่ายเป็นหุ้นปันผล  คือ  จ่ายเป็นใบหุ้นของบริษัทเอง  ในกรณีที่บริษัทยังจำหน่ายหุ้นไม่ครบตามจำนวนที่จดทะเบียนไว้  หรือบริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนแล้ว  บริษัทจะจ่ายเงินปันผลทั้งหมดหรือบางส่วน  โดยออกเป็นหุ้นสามัญใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้น

 

หุ้นปันผล

ถ้าคณะกรรมการบริหารบริษัทมีความเห็นว่า  ควรจะนำเงินที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่กิจการโดยอาจจะนำไปใช้ในการขยายกิจการหรือนำไปลงทุนเพื่อหาดอกผลตอบแทน  ก็อาจจะใช้วิธีการจ่ายปันผลเป็นหุ้นทุนของบริษัทแทนการจ่ายปันผลเป็นเงินสด  ในกรณีนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีการจ่ายสินทรัพย์ใด ๆ ของบริษัทออกไปให้แก่ผู้ถือหุ้น  แต่ผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จาก

บริษัท  โดยจะได้รับหุ้นทุนของบริษัทจำนวนที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของการถือหุ้นในบริษัทที่มีอยู่เดิม  ดังนั้นสิทธิส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นที่มีต่อสินทรัพย์สุทธิของบริษัทจะยังคงเท่าเดิม
สิทธิได้รับหุ้นปันผลไม่เต็มหุ้น

 ในการจ่ายหุ้นปันผล  อาจจะมีผู้ถือหุ้นบางรายที่มีสิทธิรับหุ้นปันผลไม่เต็ม 1 หุ้น  เช่น  บริษัทประกาศจ่ายหุ้นปันผลในอัตราร้อยละ 20 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว  หมายความว่าผู้ถือหุ้นเดิม 5 หุ้น  จะได้รับหุ้นใหม่ 1 หุ้น  ดังนั้น  ผู้ถือหุ้นที่เหลือเศษหุ้นไม่ถึง 5 หุ้น  ก็ไม่อาจรับหุ้นใหม่ 1 หุ้นได้  กรณีเช่นนี้  บริษัทจะออกเอกสารเศษหุ้น ( Fractional  Shares ) ให้ถือไว้ชั่วคราวก่อนเพื่อให้ผู้ได้รับเอกสารนี้นำไปซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเอง  โดยบริษัทจะกำหนดเวลาให้นำเอกสารเศษหุ้นที่สามารถแลกได้ครบ 1 หุ้นมาขึ้นหุ้นปันผล  แต่ถ้าพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้แล้วผู้ที่ไม่สามารถรวบรวมเอกสารเศษหุ้นมาขึ้นใบหุ้นได้  ก็ถือว่าผู้ถือเอกสารเศษหุ้นเหล่านี้สละสิทธิรับหุ้นปันผล  และบริษัทจะยกเลกการจ่ายหุ้นปันผลที่ได้บันทึกไว้แต่เดิม

อนึ่ง  บริษัทอาจแก้ปัญหาในเรื่องสิทธิได้รับหุ้นปันผลไม่เต็มหุ้น  โดยการชดใช้ส่วนเกินของหุ้นด้วยเงินสด  หรืออาจจะออกหุ้นให้ไปเต็มหุ้นและคิดเงินค่าหุ้นจากผู้ถือหุ้นสำหรับส่วนที่เขาไม่มีสิทธิได้รับ

 

การจ่ายเงินปันผลในลักษณะคืนทุน

การจ่ายเงินปันผลเป็นการคืนทุน  คือ  การที่บริษัทประกาศจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในจำนวนเงินที่มากกว่ายอดคงเหลือในบัญชีกำไรสะสม  โดยบริษัทจะต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบว่าเงินปันผลที่ประกาศจ่ายนั้น  ส่วนหนึ่งเป็นเงินที่จ่ายจากผลกำไรของบริษัท  และอีกส่วนหนึ่งเป็นการจ่ายจากส่วนทุนปกติ  กิจการที่จะจ่ายปันผลประเภทนี้ได้ จะเป็นบริษัทที่กำลังจะหยุดหรือเลิกดำเนินกิจการ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการประเภทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเหมืองแร่หรือสินทรัพย์

สิ้นเปลืองทั่วไป  มักจะจ่ายปันผลในลักษณะนี้  คือ  จะจ่ายให้เท่ากับยอดรายได้ก่อนหักมูลค่าเสื่อมสิ้นนั้น  หมายความ  ส่วนของเงินปันผลที่ถือเป็นการจ่ายคืนทุนจะมียอดเท่ากับมูลค่าเสื่อมสิ้น